Welcome, Guest. Please login or register.

ผู้เขียน หัวข้อ: เยือน นครธม ชมความยิ่งใหญ่อาณาจักรขอมโบราณ  (อ่าน 441 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows Vista/Server 2008 Windows Vista/Server 2008
  • Browser:
  • Chrome 42.0.2311.135 Chrome 42.0.2311.135
ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นระยะๆในปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว เสียงเรียก “มลดูนี่ซิ” ทำให้ฉันละสายตาจากใบหน้ามหึมาที่อยู่ตรงหน้าไปยังอีกใบหน้าหนึ่งที่ใหญ่โตไม่แพ้กัน แต่ก็ดูแตกต่าง ใช่แล้วแต่ละใบหน้าที่อยู่รอบตัวล้วนแตกต่าง แม้ริมฝีปากดูแย้มยิ้มอยู่นิดๆ แต่ก็ดูสงบนิ่งและน่าเกรงขาม ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะพบกับใบหน้าเหล่านั้น ที่ดูเหมือนจะคอยสอดส่องผู้คนที่มาเยี่ยมเยือน

 

 

ใช่...ฉันกำลังยืนอยู่บนตัว “ปราสาทบายน”ศูนย์กลางของนครธม หรือ Angkor Thom นครที่เคยรุ่งเรืองในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  ระหว่างปี 1724-1761 ปราสาทแห่งนี้เปรียบเหมือนมหาวิทยาลัย ที่เก็บรวบรวมความรู้ในอดีตไว้มากมาย เริ่มจากใบหน้าบนยอดปราสาทที่เกิดจากการแกะสลักลงบนหินทรายก้อนมหึมาที่ถูกเรียงซ้อนกันจนกลายเป็นยอดปรางค์ปราสาทที่มีหินแกะสลักรูปใบหน้าขนาดมหึมาทั้ง 4ด้านของยอดปรางค์

 

 

 

                บ้างก็ว่าเป็นพระพักตร์ของพระพรหมผู้สร้างโลก บ้างก็ว่าเป็นพระพักตร์ของพระอวโลกิเตศวร เนื่องจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นับถือศาสนาพุทธ บ้างก็ว่าเป็นพระพักตร์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ต้องการสอดส่องดูแลทุกสุขของอาณาประชาราษฎร์ ผ่าน 216 พระพักตร์ที่สถิตอยู่บนยอดปรางค์ปราสาททั้ง 4 ด้าน ที่มีถึง 54 ปรางค์ ทำให้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ไม่อาจรอดพ้นสายพระเนตรของพระองค์ได้ แม้ปัจจุบันจะถูกธรรมชาติทำลายไปบ้างตามกาลเวลาที่ผันผ่านมานานนับพันปีแล้วก็ตาม
                เชื่อว่าทุกคนที่มีโอกาสได้ไปเยือนนครธม ต่างก็สงสัยว่าปราสาทที่ยิ่งใหญ่งดงามเช่นนี้ สร้างขึ้นมาได้อย่างไร ที่ผ่านมาไม่ว่าจะมีการสันนิษฐานกันเอาไว้เช่นไรก็ตาม แต่คำตอบที่ได้จากไกด์ชาวกัมพูชาที่เรียกกันง่ายๆว่า จ๋าย ก็คือ การนำดินมาพูนให้เป็นเหมือนภูเขาสูง จากนั้นจึงใช้ช้างลากก้อนหินขึ้นไปวางบนยอดภู แล้วค่อยๆเซาะดินด้านล่างออกเพื่อนำหินก้อนต่อๆไปมาวางแทนที่ สิ่งที่ยืนยันข้อสันนิฐานนี้ก็คือ การแกะสลักภาพนูนต่ำที่ยังคงค้างคาอยู่ทางผนังด้านทิศใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่ง จ๋าย ย้ำว่าถ้าปราสาทสร้างจากด้านล่างขึ้นบน ส่วนที่ค้างอยู่จะต้องอยู่บนส่วนยอดของปราสาท แทนที่จะค้างอยู่ในส่วนด้านล่าง และปราสาทขอมทั้งหมดที่สร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ล้วนแล้วแต่อยู่ด้านล่างของปราสาททั้งสิ้น รวมถึงนครวัดนี้ด้วย




ผนังระเบียงคตรอบตัวปราสาททั้ง 4 ทิศมีความยาว 35 ม. สูง 3 ม. เมื่อเดินต่อไปทางด้านทิศตะวันตก ก็พบกับขบวนทัพเรือของขอมและจาม ที่กำลังสู้รบกันอย่างดุเดือด เหนือผืนน้ำของโตนเลสาบที่เป็นแหล่งฝังตัวของจระเข้ ที่มาคอยคาบเหยื่อที่เพี้ยงพล้ำในการสู้รบ ในขณะที่ผนังด้านทิศเหนือ เป็นการเล่าเรื่องราวในยามบ้านเมืองสงบสุข ปราศจากสงคราม มีการซ่อมแซมปราสาท การแสดงรื่นเริง ทั้งกายกรรม มายากล มวยปล้ำ คนไต่ราว คณะละครสัตว์ ตลอดจนการเสด็จเยี่ยมราษฎร
เมื่อเดินต่อมาจนถึงผนังด้านทิศตะวันออกออกก็พบกับขบวนทัพของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หากหลับตานึกย้อนไปอยู่ในช่วงเวลานั้น จะเห็นขบวนทัพที่ยกไปสู่รบกับพวกจาม ซึ่งปัจจุบันถูกเวียดนามกลืนกลบไปจนสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินแล้ว ก็จะเห็นความเกรียงไกรของขบวนทัพ ที่อื้ออึงไปด้วยเหล่าทหาร แม่ทัพนายกอง ขบวนช้าง ขบวนม้า เกวียน ความโกลาหลในการจัดเตรียมอาหาร
                ส่วนผนังปราสาทด้านนอกทางทิศตะวันตกเป็นเรื่องมหากาพย์รามมายนะ ตอนยักษ์กับเทวดากำลังกวนเกษียณสมุทรชักเย่อกันเพื่อเอาน้ำอมฤต
               ปราสาทบายน เป็นศูนย์กลางของนครธม เมืองหลวงของอาณาจักรพระนคร ในช่วงปี 1333-1974 ที่เริ่มเสื่อมลงหลังสิ้นสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โดยนครธมสร้างทับเขตเมืองยโศธรปุระ ซึ่งเป็นเมืองเก่าที่ถูกพวกจามบุกทำลายเมื่อปี 1720 มีคูน้ำล้อมรอบกว้างประมาณ 80 ม.  และล้อมรอบด้วยกำแพงสูง 7 ม. ยาวด้านละ 3 ม. มีประตูทางเข้าทิศละ 1 ประตู คือ เหนือ ใต้ ออก ตก ยกเว้นทิศตะวันออกมี 2 ประตู
              การเข้าสู่ตัวเมืองนครธมนั้น ต้องผ่านสะพานที่ทอดตัวยาวประมาณ 100 ม.  ผ่านคูน้ำเข้าสู่โคปุระหรือซุ้มประตูทางด้านใต้ที่สมบูรณ์ที่สุด เหนือซุ้มประตูทางเข้าเป็นยอดปรางค์ที่มีรูปสลักใบหน้า  ศิลปะแบบบายน 4 ด้าน ราวสะพานกลายเป็นที่จำลองเรื่องราวการกวนเกษียรสมุทร ผ่านรูปปั้นเทวดาและยักษ์ข้างละ 58 องค์และตน ที่ต่างก็กำลังยื้อยุดฉุดนาคอยู่
                สำหรับปราสาทบายน ประกอบด้วยระเบียงคต 2 ชั้น รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ระเบียงคตชั้นนอกมีขนาดความกว้าง 140 ม. ยาว160 ม. ส่วนระเบียงคตชั้นในมีความกว้าง 70 ม. ยาว 80 ม. โดยรอบองค์ปราสาทบายนแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ประกอบด้วยชั้นของระเบียงคตด้านนอก และชั้นของระเบียงคตด้านใน ส่วนชั้นบนสุดเป็นปรางค์ประธานและปรางค์บริวาร
               การเดินทางไปชมปราสาทนครธม ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองเสียมเรียบ 7 ก.ม. นั้นไม่ยากเลย เพราะห่างจากด่านปอยเป็ตของกัมพูชา ด่านคลองลึกที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สู่ด่านปอยเป็ตระยะทางแค่ 150 กม. ในเมืองเสียมเรียบมีรถมอเตอร์ไซน์ซึ่งนั่งได้ 4 คน คอยให้บริการพาเที่ยวทั่วเมือง ถ้าอยากไปเองแบบชิลๆ เมื่อยก็พัก ก็เดินทางไปเองด้วยตั๋วค่าเที่ยวชมปราสาทราคา 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ เที่ยวชมได้ทุกปราสาทภายใน 1 วัน หากไม่ต้องการเร่งรีบก็ซื้อราคา 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ เที่ยวได้ 3 วัน แต่ถ้าอยากไปแบบสะดวกสบาย ทุกอย่างมีคนจัดการให้ก็ซื้อทัวร์ไปเลย
ขอบคุณสำหรับทริปดีที่ได้รับเชิญจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)
 


สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ(สทน.)  http://www.domesticthailand.com/show.php?board_id=349