Welcome, Guest. Please login or register.

ผู้เขียน หัวข้อ: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"  (อ่าน 23332 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:25:01 PM »

ดินแดนบางกอกน้อยยังไม่หมดแค่นี้การเดินเท้าต่อไปยังบ้านบุ


ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:31:33 PM »
บ้านขันธ์หิรัญ

ด้านในของโรงงานนั้นไม่ได้ใหญ่มีต้นไม้ขึ้นเยอะและมีบอร์ดให้ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยเรานั้นมีมากมายที่น่าสนใจ เหมาะแก่การศึกษาการทำขันลงหินในปัจจุบันกำลังจะหมดไป  น้อยคนนักที่จะได้รู้ถึงที่มา และคุณค่าที่แท้จริงของภูมปัญญาการทำขันลงหิน ขันลงหิน

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:36:04 PM »
ก่อนถึงบ้านบุ เราแวะไปที่ตลาดเก่า ลวดลายหลังคา โครงสร้างยังคงสวยงาม คงไว้ซึ่งอดีตกาล..ขอบคุณุชุมชนคะ

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:38:53 PM »
ถัดจากตลาดวัดทองเลยไปด้านหลังไม่ไกลนัก ก็จะมีร้านขายยาเก่าแก่ที่ชื่อว่า ?สงวนโอสถ? เป็นร้านขายยาโบราณอายุกว่า 75 ปีที่ก่อตั้งโดย ?หมอหงวน? หรือนายสงวน เหล่าตระกูล ที่มีความเชี่ยวชาญในการปรุงยา และคิดค้นตำรายาเองเพื่อใช้รักษาคนไข้ในย่านบ้านบุ ซึ่งปัจจุบันนี้ร้านสงวนโอสถก็ยังคงมีลูกหลานสืบทอดกิจการกันต่อมาจนปัจจุบัน ภายในร้านนอกจากจะมีตู้ไม้เก็บยาหน้าตาโบราณแล้วก็ยังมีเครื่องบดยาที่ใช้กันในสมัยก่อนอีกด้วย และหากใครอยากจะลองใช้ยาแผนโบราณของร้านสงวนโอสถก็สามารถหาซื้อกันได้ โดยยาที่ขึ้นชื่อก็เช่น ยาหอมอินทรจักร ยานิลโอสถ ยาหอมสมมิตรกุมาร ฯลฯ

และร้านขายยาเก่า..ที่บรรจงสร้างอย่างพิถีพิถัน..คงอยู่คู่ชุมชนต่อไป  กับผู้คนที่สนใจเป็นจำนวนมากทำให้ร้านที่ดูใหญ่กลับกลายเป็นร้านเล็กๆเลย หลายท่านทีเข้าไม่ถึง ประจวบกับเวลาที่เร่งเข้ามาทำให้ไม่ได้เ้ข้าไปเยือนร้านขายยาแห่งนี้

http://www.palungdham.com/

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:46:50 PM »
ที่ตั้งของชุมชนบ้านบุ

บ้านบุ ตั้งอยู่บริเวณริมคลองบางกอกน้อยฝั่งใต้ หลังสถานีรถไฟธนบุรี ยาวขนานไปกับลำคลองราว 800 เมตร ถึงบริเวณวัดสุวรรณาราม ในสมัยโบราณเรียกชุมชนด้านวัดสุวรรณารามว่า ?บ้านบุ? และเรียกชุมชนด้านปากคลองว่าบ้านบุล่าง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งที่ว่าการเขตบางกอกน้อย เป็นชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยกว่า 100 หลังคาเรือน

บ้านบุ  เป็นย่านที่ทำขันลงหินหรือขันบุมาแต่โบราณ ปรากฏหลักฐานในเอกสารสมัย       รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาในชุมชนว่า บรรพบุรุษของชาวบ้านบุ เป็นชาวกรุงศรีอยุธยา ได้อพยพมาตั้งหมู่บ้านภายหลังจากเสียกรุงเมื่อพุทธศักราช 2310

http://library.bsru.ac.th

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:49:25 PM »
เมื่อมีการตั้งราชธานีเป็นการมั่นคงแล้วโดยชาวบ้านผู้เคยประกอบอาชีพช่างบุทำเครื่อง  ได้รวมกลุ่มกันเลือกที่ตั้งบ้านเรือนขึ้นในทำเลนอกคลองคูเมืองราชธานี  บริเวณปากคลองบางกอกน้อยอันเป็นที่ตั้งของชุมชนมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ดังมีวัดอมรินทราราม(วัดบางหว้า) และวัดสุวรรณาราม(วัดทอง) วัดโบราณสมัยอยุธยาตั้งอยู่เป็นศูนย์กลางของชุมชนมาแต่เดิม ชาวบ้านคงดำรงชีพด้วยการทำภาชนะเครื่องทองลงหินเช่นเดียวกับเมื่อครั้งบ้านเมืองยังดีและสืบเชื้อสายถ่ายทอดวิชาช่างบุต่อเนื่องกันมาในชุมชนหมู่บ้านหลายชั่วอายุคน จนเป็นที่มาของนาม "บ้านบุ" ถึงในปัจจุบัน

 (ที่มา: ภูมิปัญญาไทยในงานศิลป์ ถิ่นเมืองกรุง กรมศิลปากร จัดพิมพ์เนื่องในวโรกาส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2543)?

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:51:05 PM »
ประวัติความเป็นมาของขันลงหิน

              ? ขันลงหินเป็นภาชนะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสังคมไทยสมัยก่อนบางบ้านใช้ใส่น้ำดื่มเพราะช่วยทำให้น้ำเย็นหรือใช้ใส่ข้าวสำหรับตักบาตรเพราะช่วยทำให้ข้าวหอม การทำขันลงหินเป็นอุตสาหกรรมที่สืบทอดกันมาเป็นงานเกือบทั้งหมด ระยะหลังได้ใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยในขั้นตอนขัดครั้งสุดท้าย เล่ากันว้าครอบครัวที่ทำมีต้นตระกูลมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกได้อพยพมาอยู่ที่บางลำภู ภายหลังย้ายมายังบ้านสมัยก่อนจะใช้ทองม้าล่อที่เป็นทองจากเมืองจีนหลอมเป็นเนื้อขัน ปัจจุบันใช้ทองแดงผสมดีบุกกับเศษทองที่เหลือ จากขันเก่าซึ่งเชื่อว่ามีทองมาล่อเจือปนอยู่ผสมโลหะ 3 ชนิด ตามอัตราส่วนใส่เข้าหลอมรูปถ้วยที่ทำจากดินผสมแกลบ นำไปหลอมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเทออกเป็นแผ่นกลมในเบ้าที่มีน้ำหล่ออยู่ เอาขึ้นเผาไฟอีกครั้ง เมื่อได้ที่แล้วจึงใช้ค้อนตีแผ่ให้เสมอจนขึ้นเป็นรูปขัน นำไปตีลายแล้วกลึงด้วยเครื่องกลึงที่เรียกว่า ?ภมร? จากนั้นเป็นการขัดเงาลอยก่อนใช้หินละเอียดผสมน้ำห่อผ้าใส่ในขันแล้วเหยียบหรือกลึงขัดลบรอยให้ขัดจนขึ้นเงา เรียกว่า ?ลงหิน? ปัจจุบันใช้เบ้าหลอมที่หลอมส่วนผสมตั้งแต่ต้นทุบให้ละเอียดผสมน้ำแล้วห่อผ้าลงใช้ขัดแทนเรียกว่า ?เหยียบเข้า? ปัจจุบันขันลงหินมักจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นเครื่องตกแต่งบ้านในลักษณะประเพณีมากกว่าจะใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า และยังเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศ       (ที่มา:  รสสุคนธ์ ไตรรงค์) (ที่มา: ภูมิปัญญาไทยในงานศิลป์ ถิ่นเมืองกรุง กรมศิลปากร จัดพิมพ์เนื่องในวโรกาส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2543)?

http://library.bsru.ac.th/

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:52:47 PM »
 ขันลงหินที่ได้จากขั้นตอนการผลิตด้วยมือแบบดั้งเดิมชาวบ้านบุ มีคุณสมบัติของเนื้อภาชนะที่เหนี่ยว แข็งแกร่ง มีผิวสีสุกใส เป็นเงางามไม่ขุ่นมัวง่าย มีน้ำหนัก มีผิวเย็น เมื่อใช้ใส่น้ำเย็นจะรักษาอุณหภูมิของน้ำให้เย็นได้นานมาก เมื่อเคาะดูจะมีเสียงก้องกังวานใส ในบางครั้งจึงนิยมนำไปทำเป็นเครื่องคนตรี นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มคุณค่าความสวยงามของชิ้นงานโดยการฉลุลายลงไปบนตัวขัน ส่วนใหญ่ลายที่ฉลุลงไปจะเป็นลายไทย อาทิ เช่น ลายกนก ลายหยดน้ำ ลายเทพพนม ฯลฯ


ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:54:59 PM »
ความหมายคำว่า  บุ  และขันลงหิน
 *คำว่า ?บุ? หมายถึง การตีให้เข้ารูป ใช้กับงานโลหะ การทำขันบุของชาวบ้านบุใช้ทองสัมฤทธิ์ คือ โลหะผสมระหว่างทองแดงกับดีบุกเป็นวัตถุดิบ บางครั้งจึงเรียกว่า ?เครื่องสัมฤทธิ์? การนำทองสัมฤทธิ์มาตีแผ่ขึ้นรูปเป็นภาชนะ คือ การช่างที่เรียกว่าการบุ จึงเรียกภาชนะนั้นว่า ?เครื่องบุ? และเนื่องจากขั้นตอนการขัดใช้หินเป็นก้อนขัดภาชนะจนขึ้นเงาจึงเรียกว่า ?เครื่องทองลงหิน? อีกประการหนึ่งด้วย

การบุภาชนะ แม้ว่าจะเป็นงานที่ไม่มีความซับซ้อนมากนัก แต่จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ความแม่นยำและความประณีตในการปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก การทำเครื่องทองลงหินของชาวบ้านบุยังคงยึดถือกรรมวิธีอย่างโบราณ ซึ่งกว่าจะแล้วเสร็จกระบวนการต้องอาศัยฝีมือ

http://library.bsru.ac.th/

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:57:00 PM »
แรงงานของช่างหลายสาขามาประกอบกันทำขึ้นด้วยมือทั้งสิ้น  เมื่อราว 60 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านบุเป็นช่างทำขันลงหินทุกบ้าน โดยสืบทอดฝีมือและความเชี่ยวชาญกันมาในชุมชนในลักษณะที่เป็นหัตกรรมในครัวเรือน ช่างฝีมือชาวบ้านบุจะทำงานเป็นช่างอิสระตามบ้านหรือเป็นช่างให้กับโรงงานขนาดใหญ่เรียกว่า ?บ้านกงสี? การทำงานมักแบ่งงานกันไปตามขั้นตอนการผลิตและฝีมือแรงงานจากเงื่อนไขความจำเป็น โดยฝ่ายชายจะทำงานหน้าเตา เป็นช่างหลอม ช่างแผ่ และช่างตี ซึ่งเป็นงานหนักและใช้ความเชี่ยวชาญสูง ต้องทำงานอยู่กับเตาร้อน ๆ ทั้งวัน ผู้หญิงจึงไม่สามารถทำได้ ฝ่ายหญิงจึงรับหน้าที่เป็นช่างลาย ช่างตะไบ และช่างกลึง ซึ่งต้องอาศัยความประณีตละเอียดอ่อนในการทำงาน ซึ่งพ้องกันกับคุณสมบัติของผู้หญิง

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:59:35 PM »
ในการทำขันลงหิน มีการแบ่งช่างที่สำคัญทั้งหมด 6 ช่างด้วยกัน ได้แก่

ช่างตี ถือว่าเป็นช่างที่มีความสำคัญมากที่สุด ช่างตีจะต้องทำหน้าที่หลายขั้นตอน ได้แก่ การหลอม การแผ่และการตีขึ้นรูป ซึ่งถ้าหากว่าไม่มีช่างตี งานที่จะทำต่อไปก็ไม่สามารถดำเนินไปได้ จึงถือได้ว่าช่างตีเป็นหัวใจหลักของการทำขันลงหิน ซึ่งผู้ที่จะมาเป็นช่างตีนั้นต้องเป็นผู้ที่มีความสารถในหลายๆด้านและมีประสบการณ์ในการผสม การตีโลหะมาก่อน ในด้านของการผสมโลหะต้องใช้ทักษะในการผสมและต้องรู้วิธีที่ละเอียดเพราะการหลอมโลหะนั้นทำได้ยากมาก ทั้งต้องระวังไม่ให้มีเศษสกปรกเข้าไปในน้ำโลหะ และยังต้องระวังตอนที่เทโลหะลงในดินงันอีกด้วย การที่จะมาเป็นช่างตีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ก่อนอื่นต้องมีการฝึกฝนเป็นลูกสูบ หรือเรียกอีกอย่างว่าผู้ช่วยช่างตีนั่นเอง ก่อนจะเป็นช่างตีต้องเป็นลูกสูบที่ค่อยช่วยช่างตีทำงานต่างๆ จนเมื่อศึกษาการเป็นช่างตีอย่างถ่องแท้และเข้าใจในการเป็นการผสม การตีโลหะอย่างละเอียด จึงจะสามารถเลื่อนมาเป็นช่างตีได้

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 12:01:43 AM »


ช่างลาย เป็นอีกหนึ่งช่างที่ต้องใช้แรงเยอะในการทำ เพราะต้องคอยตีขันให้มีลักษณะผิวเท่ากัน ไม่มีรอยบุบ เบี้ยว ซึ่งในขั้นตอนนี้ช่างจะต้องตีลายภาชนะโดยการวางขันลงบนแท่งเหล็กที่เรียกว่ากระล่อน แล้วจึงค่อยตีขันไปเรื่อยๆหมุนไปรอบๆจนตัวขันมีความเท่ากัน พื้นผิวเสมอกันทั่วทั้งขัน


ช่างกลึง เป็นการกลึงผิวภาชนะให้มีความเรียบเสมอกันและเป็นการขัดสีดำที่ติดอยู่บนขันให้ออกกลายเป็นสีดำ ซึ่งการกลึงมีหลายรูปแบบแล้วแต่ความต้องการ อาทิเช่น ต้องการเอาสีดำไว้ด้านนอก ส่วนด้านในขันเป็นสีทอง ช่างก็จะทำการกลึงเฉพาะด้านในของขัน ซึ่งเรียกว่า การกลึงดำ หรือมีอีกแบบคือการกลึงทั้งสองด้านในและนอกให้มีสีทอง เรียกว่าการกลึงขาว ในการกลึงช่างจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดกับภมรกลึงขัน โดยมีชันยาเรือเป็นตัวเชื่อมให้ขันติดกับภมร ในสมัยก่อนยังไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า คนโบราณก็จะใช้ภมรแบบคันชักโยก โดยต้องใช้คนสองคนในการกลึง คนหนึ่งเป็นคนโยกคันโยกให้ภมรหมุน สวนอีกคนเป็นคนกลึงขัน โดยในการกลึงจะใช้เหล็กตะไบ ขูดเอาเนื้อสีดำออก


ช่างกรอ ในสมัยก่อนเราเรียกช่างในขั้นตอนนี้ว่า ช่างตะไบ เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงต้องใช้มือช่างตะไปเอง เป็นอีกง่ายที่ต้องอาศัยทักษะในการทำ ซึ่งการกรอ คือ การตกแต่งให้ปากของขันมีความเรียบเสมอกันนั่นเอง


ช่างเจียร ในสมัยก่อนการทำขันลงหินยังไม่มีขั้นตอนนี้ในการทำ เนื่องจากยังไม่มีอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเจียร แต่ปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับทุกๆด้านของชีวิต จึงมีการเพิ่มขั้นตอนนี้เข้าไป เพื่อเพิ่มความประณีตและสวยงามของขันให้มากขึ้น ในการเจียรช่างจะทำการใช้เครื่องเจียรไฟฟ้า เจียรขันเพื่อให้เกิดความเงางามมากขึ้นและเป็นการตกแต่งรอยตำหนิบนผิวของขัน

ช่างขัด เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการทำขันลงหิน ถ้าไม่นับการวาดลายตกแต่งขัน ในการขัดช่างจะทำการขัดขันเพื่อให้เกิดความเงางามมากที่สุด เมื่อขัดเสร็จแล้ว ขันที่ได้จะมีความสวยงาม มีพื้นผิวที่เรียบเสมอกัน แสดงให้เห็นถึงความประณีตของช่างในทุกๆขั้นตอน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการทำขันแต่ละชิน ช่างจะต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจอย่างมหาศาลกว่าจะผลิตได้แต่ละชิ้น

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 12:04:24 AM »
งานขันลงหินนี้ ถ้าหากว่าใจไม่รักจริงๆก็คงทำไม่ได้  ทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มลงมือทำขันลงหิน ไม่ว่าจะทำขั้นตอนใด ช่างทุกคนจะต้องทำการไหว้ครู ไหว้เครื่องมือต่าง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเคารพที่มีต่ออาชีพและเครื่องมือเหล่านั้น

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "บ้านบุ"
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2012, 12:07:03 AM »