Welcome, Guest. Please login or register.

ผู้เขียน หัวข้อ: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "วัดสุวรรณาราม"  (อ่าน 33425 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "วัดสุวรรณาราม"
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 10:45:53 PM »
 :ok: ลีลาเจ้าเงาะผ่านไปกับลีลาใหม่ของอาจารย์

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "วัดสุวรรณาราม"
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 10:50:03 PM »
มือที่กร้านแล้วตามเวลา แต่ความรู้สึก ที่ล้ำลึกกับวิถีธรรมเนียม ไม่ได้หายไปถ้าเราสนับสนุนให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "วัดสุวรรณาราม"
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 10:54:53 PM »
อีกมือที่ยังมีเรี่ยวแรง..ไม่อยากให้สูญหายไปตามกาลเวลา

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "วัดสุวรรณาราม"
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 10:57:32 PM »
สุดแผ่นฟ้า.. ปัจจุบันมันช่างต่างกับอนาคตที่จะถึง..
ปากท้องยังต้องมีแรงกิน..เรี่ยวแรงยังต้องมีเหือดหาย..

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "วัดสุวรรณาราม"
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:00:41 PM »
หากย้อนไปดูทรงผมของเด็กๆในสมัยโบราณแล้ว จะมีทรงผมยอดฮิต เพียงไม่กี่ทรงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผมจุก ผมแกละ ผมเปีย และผมโก๊ะ ซึ่งในปัจจุบันนั้นเด็กที่ยังคงไว้ผมทรงเหล่านี้อยู่ก็หายากเต็มที เด็กๆยุคใหม่อาจจะไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำไป ดังนั้นเรามาดูกันว่า ทรงผมไทยโบราณแต่ละทรงนั้นมีลักษณะและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
       
       1. ผมจุก (Top knot) คือผมที่ขมวดไว้ตรงขม่อม ราชาศัพท์เรียกว่า พระเมาลีหรือพระโมลี
       2. ผมแกละ คือผมที่เอาไว้เป็นหย่อมหรือเป็นปอยที่ข้างศีรษะ เด็กบางคนก็ไว้แกละเดียว บางคนก็ไว้สองแกละ
       
       3. ผมเปีย (pig tail) คือผมที่ปล่อยไว้ยาวให้ห้อยลงมา แต่ผู้ใหญ่จัดนำมาถักไขว้กัน และผูกไว้ให้ดูเรียบร้อย ผมเปียของเด็กไม่เหมือนกับผมเปียของสาวๆ ในปัจจุบันนะคะ ผมเปียของเด็กจะยาวเฉพาะส่วนที่ปล่อยไว้คลุมขม่อมเท่านั้น ส่วนอื่น ๆ บนศีรษะจะโกนเกลี้ยงเกลา แต่ผมเปียของสาว ๆ จะไว้ยาวทั้งศีรษะและรวบมามาทางด้านหลัง จัดการถักไขว้ให้ ดูเรียบร้อยและสวยงาม บางครั้งนำโบว์หรือเครื่องประดับอื่น ๆ มาติดไว้
       
       4. ผมโก๊ะ (pony tail) คือผมที่ไว้เป็นหย่อมหรือปอยคล้ายผมแกละ แต่ไม่ได้ถักเปียอย่างผมเปีย เพียงแต่ผูกไว้ไม่ให้รุงรังจนสร้างความรำคาญให้แก่เด็ก
       
       ส่วนเหตุผลที่เด็กต้องไว้ผมทรงต่างๆนั้น ส่วนหนึ่งมาจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน หากให้เด็กไว้ผมยาวก็จะไม่สะดวก สร้างความรำคาญแก่เด็ก ดูแลรักษายากเพราะเด็กอยู่ในวัยซุกซน แต่ในขณะเดียวกันกะโหลกศีรษะหรือกระหม่อมของเด็กซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า "ขวัญ" นั้นยังบอบบาง คือยังต่อกันไม่สนิท โดยเชื่อกันว่าขวัญหรือชีวิตวิญญาณของคนเราอยู่ที่กระหม่อม หากสังเกตจะเห็นว่าบริเวณขวัญของเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็ก ๆ จะเห็นตรงกระหม่อมบาง ๆ เต้นตุบ ๆ จึงถือเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ดังนั้นหากไปโกนผมตรงส่วนนั้นออก อาจเป็นอันตรายได้ จึงโกนเฉพาะส่วนอื่น ๆ ปล่อยตรง ขวัญไว้ เมื่อผมยาวมากขึ้น ปล่อยไว้ก็จะสร้างความรำคาญให้แก่เด็กและดูไม่เรียบร้อย จึงเกล้ามัดขึ้นเป็นจุก ซึ่งในสมัยโบราณนิยม ให้เด็กไว้ผมทรงต่างๆ ดังที่กล่าวมา
       
       แต่นอกจากเหตุผลนี้แล้วยังมีเหตุผลอีก 2 ประการอันเป็นที่มาการไว้ผมทรงต่างๆ ของเด็กไทยโบราณคือ
       
       1.ไว้ตามประเพณี เห็นคนอื่นเขาให้ลูกไว้ก็ให้ลูกของตนไว้บ้าง ส่วนใหญ่จะให้เริ่มไว้หลังจากที่ทำพิธีโกนจุกแล้วโดยจะเหลือผมตรงกระหม่อมไว้ เพราะเชื่อกันว่า หากโกนผมทิ้งไปหมด ขวัญก็จะไม่มีที่อาศัยแล้วก็เริ่มไว้จนยาวตั้งแต่นั้นเรื่อยมา
       
       2.ไว้เพราะเป็นการแก้เคล็ด เนื่องจากเด็กมักเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เสมอ หรือเป็นเด็กที่เลี้ยงยาก ผู้ใหญ่เห็นว่าอาจเป็นเพราะไว้ผมธรรมดา เลยให้เปลี่ยนมาเป็นไว้จุก ไว้แกละ ไปตามแต่เห็นสมควร บางที่พอเปลี่ยนทรงผมแล้วกลายเป็นเด็กแข็งแรง เลี้ยงง่ายไปเลยก็มี
       
       โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีเสี่ยงทาย โดยผู้ใหญ่จะไปหาดินเหนียวมาปั้นตุ๊กตาเป็นรูปเด็กไว้ผมทั้ง 4 แบบ คือ ผมจุก ผมแกละ ผมเปีย และผมโก๊ะ แล้วให้เด็กซึ่งยังเล็กๆไม่ประสีประสาเลือก หากเด็กจับตุ๊กตาที่ไว้ผมแบบใด ก็จะให้เด็กเปลี่ยนมาไว้ผมแบบนั้น หรือใช้วิธีเสี่ยงทายอื่นๆ เช่น เขียนชื่อทรงผมยอดฮิตทั้ง 4 แบบ ใส่กระดาษแยกออกเป็นแผ่นๆ ให้เด็กเลือกหยิบขึ้นมาแผ่นหนึ่งแล้วไว้ผมตามนั้น ด้วยเหตุนี้เด็กไทยสมัยโบราณบางที่ก็ไว้ผมทั้ง 4 แบบได้ ทั้งหญิงและชาย สำหรับพระราชโอรส พระราชธิดาหรือบุตรธิดาของขุนนางชั้นผู้ใหญ่นั้น นิยมไว้ผมจุกกันเป็นส่วนใหญ่ ส่วนลูกชาวบ้านทั่วไปนั้นนิยมไว้ทั้ง 4 แบบ สำหรับวัยที่เหมาะกับการโกนผมของเด็ก คือ ช่วงอายุ 11-13 ปี เด็กชายจะโกนราว 13 ปี เด็กหญิงจะโกนราว 11 ปี ซึ่งในที่นี้ไม่ได้จำกัดตายตัวแต่อย่างใด
       
       ทั้งนี้ พระราชครูวามเทพมุนีฯ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการไว้ผมจุกไว้ในบทนำหนังสือ พระราชพิธีโสกันต์ว่า "การไว้จุกน่าจะรับเอาคตินิยามตามศาสนาพราหมณ์ซึ่งเห็นเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ ไว้ผมยาว และขมวดมุ่นเป็นมวยไว้กลางศีรษะก็นำมาดัดแปลงเป็นทรงผมเด็ก ด้วยต้องการอยู่ในความคุ้มครองอารักของเทพเจ้า?
       
       นอกจากนี้ ประเพณีการไว้จุกและโกนจุกในอินเดียก็มีเช่นเดียวกัน เรียกว่า พิธีอุปนัยนะ และวันขึ้นปีใหม่ของพราหมณ์ (ตรียัมปวาย) ซึ่งเป็นวันที่พระผู้เป็นเจ้าลงมาเยี่ยมโลก ในวันแรม 5 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งจะมีการโล้ชิงช้า ก็ได้จัดโกนจุกเด็กด้วย
       
       ขอขอบคุณข้อมูลจาก
       www.thaigoodview.com
       ครูนิตยา อำไพวรรณโรงเรียนอนุบาลบางคนที
       (วัดเกาะใหญ่เลี้ยงล้อมอนุกูล) สมุทรสงคราม

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "วัดสุวรรณาราม"
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:02:49 PM »
เด็กกับการศึกษา...บางครั้งบางคราก็พูดอะไรไม่ออก กับภาพที่เห็น

เรื่องเล่าขานกันว่า"
หลวงพ่อศาสดา"            โปรดการวิ่งม้าเป็นอย่างยิ่งมีคนมาบนบานศาลกล่าวเรื่องของการงานและการค้าขาย เมื่อสำเร็จผล ได้ฝันว่า มีพราหมณ์ท่านหนึ่งมาบอกว่าให้แก้บนด้วยการวิ่งม้า กลายเป็นที่มาของการวิ่งม้าแก้บนที่วัดแห่งนี้

                นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า มีคนมาวิ่งม้าแก้บน    แต่แกล้งวิ่งม้าหลอกๆ ไม่ยอมวิ่งจริงๆ แต่ดำเนินไปได้เพียงสักครู่เท่านั้น         ทันใดนั้น       ได้มีมือขนาดยักษ์มาเขกหัว     ทั้งๆ ที่บริเวณนั้นไม่มีใครเลย นับแต่นั้นมา ทำให้หลายคนไม่กล้าวิ่งม้าหลอกๆ        แก้บนที่วัดแห่งนี้อีก           วิ่งม้าแก้บนเป็นคติความเชื่อที่สืบทอดกันมาของชาวบ้านบุชุมชน         ในบริเวณวัดสุวรรณารามอันเกิดจากความเคารพศรัทธา        ที่มีต่อหลวงพ่อศาสดา ในอดีต
การแก้บนวิ่งด้วยม้าก้านกล้วย       

แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ผ้าขาวม้าแทน         การบนวิ่งม้าที่วัดแห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นการบนบาน เพื่อไม่ให้ถูกเกณฑ์ทหาร           ตลอดจนบนให้ประสบความสำเร็จในด้านอื่นๆ      โดยมีข้อห้ามมิให้พูดคำว่า "ขอ"    เป็นอันขาด การแก้บนจะทำที่ใบเสมาแรกทางด้านหน้าของพระอุโบสถ เพราะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับหลวงพ่อศาสดาพอดี ก่อนที่จะทำการวิ่งม้าแก้บน  จะต้องนำผ้าขาว ม้ามาวางหน้าใบเสมาและต้องขมวดปมให้เรียบ ร้อย ผ้าขาวม้าผืนเล็ก-ใหญ่ ตามขนาดตัว         

 ในการวิ่งม้าแก้บน จะต้องวิ่ง 3 รอบขึ้นไป และต้องร้องเสียงม้าไปพร้อมกันด้วย   เมื่อวิ่งเสร็จนำผ้าขาวม้ามาวางกับพื้นตรงหน้าใบเสมาใบแรกแล้วกราบลาเป็นอันเสร็จพิธีปัจจุบันวัดสุวรรณาราม   มีการบริการให้เยาวชนในชุมชนวิ่งม้าแก้บนแทนผู้บนบานด้วยในยุครัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว                    รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้มี งานฉลองวัดสุวรรณาราม เมื่อพ.ศ. 2374 ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ฉลองพร้อมกันรวม 9 ..

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "วัดสุวรรณาราม"
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:05:01 PM »
จากวัดสุวรรณาราม ได้เวลาเดินเท้าต่อไปยังชุมชนถัดไปมีอะไรให้ค้นหามากมายกับกรุงรัตนโกสินทร์ และการเรียนรู้

?วัดสุวรรณาราม? ริมคลองบางกอกน้อยนี้ก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องผีๆ อยู่มากเช่นกัน เพราะวัดสุวรรณฯ นี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา และเมื่อมาถึงสมัยกรุงธนบุรี บริเวณวัดแห่งนี้ก็ยังเป็นสถานที่ซึ่งใช้เป็นลานประหารชีวิตเชลยพม่าโดยการตัดคอ ซึ่งก็มีเรื่องเล่ากันว่ามีคนเคยเห็นร่างของผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่นุ่งผ้าโจงกระเบนแต่ไม่มีหัวมายืนอยู่ให้เห็น ส่วนสถานที่ที่นำศพเหล่านั้นมาฝังไว้ก็คือบริเวณที่เป็นสนามโรงเรียนวัดสุวรรณารามและบริเวณลานวัดสุวรรณารามปัจจุบัน

ที่เชื่อว่าบริเวณนี้เป็นสถานที่ฝังศพก็เนื่องจากว่า เมื่อครั้งที่มีการขุดปรับแต่งพื้นที่บริเวณนี้ ก็มีคนพบกระดูกคนอยู่มากมาย และมีเรื่องเล่าน่ากลัวๆ อีกว่า เคยมีคนพบกระดูกท่อนขาหรือท่อนแขนก็ไม่ทราบ แต่ก็มีกำไลทองคล้องอยู่ แสดงว่าเจ้าของกำไลนั้นน่าจะเป็นทหารพม่าระดับนายกองชั้นผู้ใหญ่พอควร คนที่ขุดเจอกำไลก็เอาไปขาย นำเงินมาซื้ออาหารให้ภรรยาที่กำลังท้อง แต่คืนนั้นก็ฝันเห็นทหารพม่ามาบีบคอทวงกำไลคืน และภรรยาก็เสียชีวิตแบบที่เรียกว่าตายทั้งกลม ต่อมาจึงมีการตั้งศาลเพียงตาไว้ที่บริเวณโรงเรียนวัดสุวรรณแห่งนี้

หากใครที่มาไหว้ศาลแห่งนี้ แล้วมองเข้าไปด้านในศาล ก็จะเห็นภาพวาดเป็นรูปนายกองทหารพม่าไว้สามรูป แทนที่จะมีเจว็ดอยู่ด้านในแบบศาลพระภูมิทั่วไป คงเพื่อเป็นการระลึกถึงดวงวิญญาณทหารพม่าที่เสียชีวิตในอดีต อีกทั้งด้านหน้าศาลก็ยังมีปิรามิดเล็กๆ ตั้งไว้ด้วย โดยมีความเชื่อกันว่า สถานที่ตรงไหนที่มีความอาถรรพ์มากๆ ก็จะใช้ปิรามิดสะท้อนสิ่งอาถรรพ์นั้นออกไป



http://www.palungdham.com

ออฟไลน์ Jaownang

  • JaowNang ที่ขอบสาย ปลายฟากฟ้า
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,622
    • www.Stone4soul.multiply.com
  • OS:
  • Windows XP Windows XP
  • Browser:
  • Chrome 19.0.1084.56 Chrome 19.0.1084.56
Re: ท่องเที่ยว บางกอกน้อย "วัดสุวรรณาราม"
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:11:11 PM »
จากความเดิม

ท่องเที่ยวบางกอกน้อย ภาค 1 ตรอกมะตูม
http://www.korbsaipraifah.com/forum/index.php/topic,176.0.html

วัดสุวรรณาราม
http://www.korbsaipraifah.com/forum/index.php/topic,179.0.html

ขันลงหินบ้านบุ
http://www.korbsaipraifah.com/forum/index.php/topic,189.0.html

โรงรถจักร
http://www.korbsaipraifah.com/forum/index.php/topic,190.new.html#new